
ตึกของเราจึงสร้างด้วยมาตรฐานที่สูงมากครับ ยกตัวอย่าง โครงสร้างของอาคารแข็งแรงมาก ผู้รับเหมายังบอกว่าเราอาจจะ overdesign มากเกินไปเพราะใช้เหล็กเกินมาตรฐานทั่วๆไป แต่เรากลับคิดว่าอาคารที่โครงสร้างแข็งแรง อาจจะแพงหน่อยในวันนี้ แต่ในระยะยาวย่อมจะมีคุณค่ามากกว่า เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องสร้างอาคารที่ดี ที่แข็งแรงให้กับลูกค้า ไม่ว่าลูกค้าจะเห็นหรือให้ความสำคัญหรือไม่ ส่วนวัสดุที่เรานำมาเป็นหน้าต่าง เราใช้กระจกลามิเนตหนาถึง 8 มม. และใช้เฟรม upvc ของบริษัท Deceuninck จาก Belgium ซึ่งเราน่าจะเป็นโครงการอาคารสูงรายแรกในประเทศไทยที่ใช้ของมาตรฐานสูงขนาดนี้
มีการทดสอบในอุโมงค์ลมว่าทนแรงลมได้ประมาณ 180 กม/ชม พายุมาเต็มๆเรายังสบายๆ น้ำไม่เข้าห้องแน่นอน และ upvc นี้จะเป็นสีขาวเหมือนใหม่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่สิบปีก็ตาม แม้กระทั่งระบบไฟฟ้าโดยรวม เราได้ถึงขนาดเผื่อกำลังไฟฟ้าอาคารให้พอใช้หากรถยนต์ในอนาคตจะเป็นรถใช้ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก ส่วนเรื่องน้ำท่วมเราได้ยกระดับ 0.0 เหนือถนนสุขุมวิทไว้เกือบ 80 ซม. ถ้าน้ำท่วมโครงการ ข้างนอกก็คงต้องพายเรือแล้วครับ รับประกันความปลอดภัยและความสะดวกสูงที่สุดแล้วครับ
ส่วนเรื่อง cosmetics เป็นเรื่องรองเพราะสามารถแก้ไข เปลี่ยนแปลงได้ง่ายมาก แต่จะว่าไป เราใช้concept ว่าของเราเป็น affordable luxury ซึ่งเรารับประกันได้ว่าในราคาที่เราขาย ไม่มีโครงการไหนสู้เราได้ในเรื่องการออกแบบห้อง และการตกแต่งโดยใช้เฟอร์นิเจอร์ของ Modernform ระดับ luxury และวัสดุเกรดดีทุกชิ้นที่เราเลือกเข้ามาใส่ให้ห้องหรูหราเป็นที่ภูมิใจของเจ้าของห้อง
ด้านกลยุทธ์การตลาด หรือ การสร้างแบรนด์ เนื่องจากเราเพิ่งจะทำสองโครงการฯ คนรู้จักเราไม่เยอะ งบการตลาดใช้ไม่มาก ของดีไม่ต้องโฆษณามาก เอางบโฆษณามาใส่ของเพิ่มให้ลูกค้าดีกว่า ลูกค้าเห็นแล้วอดซื้อไม่ได้ ดีกว่าของที่เสียค่าโฆษณาเยอะแต่อาจจะไม่ดีจริง ลูกค้ามาเยอะแต่ไม่ซื้ออยู่ดี ก็ไม่ประโยชน์อันใด คิดว่าทำสินค้าดีๆให้กับลูกค้า เกิดความประทับใจแบบปากต่อปากดีกว่า เราให้มากกว่าที่พูดเยอะเลย ผมใช้นโยบายที่ว่าเราต้องสามารถทำให้เหนือความคาดหมายของลูกค้าให้ได้ เราถึงจะมีความสำเร็จในด้านการตลาด เราเชื่อว่าที่ผ่านมาทั้งในโครงการที่เคยทำมากับโครงการนี้ เราสามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าของเราได้พอสมควรครับ

โครงการ The Metropolis Samrong Interchange (เดอะเมโทรโพลิส สำโรง อินเตอร์เชนจ์) ประกอบด้วย 3 อาคาร รวม 1,721 ยูนิต รายละเอียดแบ่งเป็น อาคาร A สูง 39 ชั้น รวม 1,035 ยูนิต, อาคาร B สูง 30 ชั้น รวม 542 ยูนิต และ Low Rise อาคาร C สูง 7 ชั้น จำนวน 144 ยูนิต รวมอาคารจอดรถ 5 ชั้น 1 อาคาร รวมที่จอดรถไม่รวมซ้อนคันประมาณ 43 เปอร์เซ็นต์) สำหรับรูปแบบห้อง แบ่งเป็น Studio 28 ตารางเมตร, 1 Bedroom 35–45 ตารางเมตร , 2 Bedrooms 52–53, ฝ้าเพดานสูง 2.55 เมตร นอกจากนี้สิ่งอำนวยความสะดวกครบ ประกอบด้วย โถงล็อบบี้ขนาดใหญ่ บริเวณ ชั้น 6, สระว่ายน้ำระบบเกลือ 2 สระ ขนาด 12 x 28 เมตร(อาคารA), 12 x 30 เมตร(อาคารB) และสระเด็กลึก 0.6 เมตร สระผู้ใหญ่ลึก 1.3 เมตร, ห้องออกกำลังกาย, สวนหย่อมรอบโครงการ, สนามแบดมินตัน 2 สนาม, ห้องไดร์ฟกอล์ฟ, ห้องอเนกประสงค์, ลิฟท์โดยสารความเร็วสูง ที่อาคาร A,B 4 ตัว/อาคาร และที่อาคาร C,D 2 ตัว/อาคาร, Service Lift 1 ตัว/อาคารระบบความปลอดภัย CCTV / Face recognition building access/ Smart digital Kevo door lock /License plate reader parking system
ปัจจุบันสร้างเสร็จสมบูรณ์ 100% พร้อมส่งมอบในเดือน ต.ค. นี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังเผยไฮไลท์ เตรียมเปิด Sky lounge/ Sky deck บนชั้น 39 ให้เป็นของขวัญปีใหม่ให้ลูกบ้านอีกด้วย

▹หากบทความนี้มีประโยชน์ แชร์ให้กับเพื่อน หรือคนรู้จักที่กำลังมองหาข้อมูลนี้อยู่
อัพเดทข่าวสาร รีวิวโครงการใหม่ บทความที่น่าสนใจ ผ่านทางช่องทาง
1.Add friend ค้นหาใน LINE : @thelivinginsight (มี@นำหน้า) หรือกดปุ่มด้านล่าง
2.แฟนเพจ กดไลท์แฟนเพจ > กดติดตาม (เห็นโพสก่อน / see first) เพื่อไม่พลาดทุกข่าวสาร
หรือกดปุ่มด้านล่างนี้ (อย่าลืมตั้งค่า เห็นโพสก่อน / see first ด้วยนะครับ)
